โรคมือชา
เขียนโดย supamitrsena เมื่อ Wed 01 Sep, 2021

    การกดทับเส้นประสาทที่ฝ่ามือ(Carpal tunnel syndrome)เกิดจากพังพืดที่ฝ่ามือหนาตัวขึ้นแล้วไปกดเบียดในโพรงฝ่ามือ ซึ่งมีเส้นประสาทมือลอดผ่าน ทำให้มีอาการปวดแปลบๆเหมือนไฟฟ้าช็อตมีอาการปวดมือและปวดร้าวขึ้นไปที่แขน มักจะมีอาการชาที่นิ้วมือ โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และบางส่วนของนิ้วนางตามแนวของเส้นประสาท อาจเกิดร่วมกับภาวะบางอย่างเช่น ตั้งครรภ์วัยทอง เบาหวาน ข้ออักเสบเรื้อรังต่างๆ

อาการปวดจะมีมากขึ้นเมื่อมีการใช้งานในลักษณะการเกร็งอยู่นาน ๆ เช่น การจับมีด กรรไกร การทำงานช่างที่ใช้ค้อน หรือใช้เครื่องมือที่มีแรงสั่นสะเทือน ตั้งแต่เครื่องเป่าผมจนถึงเครื่องกระแทกเจาะคอนกรีต เป็นต้น

มักจะมีอาการปวดในเวลากลางคืนหรือเวลาตื่นนอนเช้า ในบางรายที่เป็นโรคนี้อยู่นาน ๆ จะเริ่มมีอาการอ่อนแรงของมือ เช่น จะรู้สึกว่าไม่ค่อยมีแรงเวลาใช้มือหยิบของเล็ก ๆ ติดกระดุมเสื้อหรือกำมือ จะทำได้ลำบากและมีกล้ามเนื้อลีบที่ฝ่ามือ

การรักษา
มีแนวทางในการรักษาดังนี้
1. การพักการใช้งานข้อมือ การปรับท่าทางหรืออุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดการกดเบียดบริเวณข้อมือให้น้อยลง แพทย์อาจพิจารณาใช้การใส่ที่ประคองข้อมือเวลากลางคืนเพื่อไม่ให้ข้อมือพับกดเวลานอนหลับ
2. การกินยา ควรได้รับการจ่ายยาจากแพทย์ผู้ชำนาญ เนื่องจากยาแก้ปวด แก้อักเสบที่ซื้อได้ทั่วไป อาจรักษาอาการได้เพียงชั่วคราว และถ้ากินต่อเนื่องนานอาจมีผลข้างเคียงได้
3. การทำกายภาพบำบัด โดยการทำอัลตร้าซาวด์,เลเซอร์,ประคบอุ่น,แช่พาราฟินเป็นลดการอักเสบ ร่วมกับการฝึกบริหารมือเพื่อคลายพังพืดฝ่ามือ
4. การฉีดยา ในรายที่กินยาอาการไม่ดีขึ้น จะพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์ เข้าในโพรงฝ่ามือ ซึ่งควรฉีดโดยแพทย์ผู้ชำนาญ
5.การผ่าตัดรักษา จะพิจารณาผ่าตัดในรายที่มีอาการมาก เช่น ชาตลอดเวลา กล้ามเนื้ออุ้งหัวแม่มือลีบอ่อนแรง มีอาการนานกว่า 10 เดือน อายุมากกว่า 50 ปีหรือมีเอ็นนิ้วหรือข้อมืออักเสบร่วมด้วย หรือใช้วิธีการรักษาในเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นการผ่าตัดพังผืดข้อมือ เป็นการผ่าตัดเล็กโดยการฉีดยาชาเป็นวิธีการรักษาตามมาตราฐาน ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที แผลยาวประมาณ 3 ซม.สามารถกลับบ้านหลังผ่าตัดได้ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล สามารถที่จะขยับมือ ใช้งานมือทำกิจวัตรประจำวันได้เลย หลังผ่าตัดโดยทั่วไปจะนัดตัดไหมประมาณ 10-14วัน ระหว่างนี้แนะนำหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนน้ำ

ปัจจุบันยังมีนวัตกรรมใหม่ในการผ่าตัดโดยการส่องกล้องซึ่งแผลจะเล็กกว่า แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์พิเศษราคาแพง ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า แต่ได้ผลในการรักษาไม่ต่างจากวิธีมาตราฐานเท่าไรนัก

นอกจากโพรงฝ่ามือกดทับเส้นประสาทแล้ว อาการชามือ อาจเกิดได้จากสาเหตุอื่นๆได้ เช่น กระดูกคอทับเส้นประสาท ร่างแหเส้นประสาทแขนอักเสบ เส้นประสาทแขนกดทับที่ศอก ซึ่งควรได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อวินิจฉัยได้อย่างถูกต้อง และได้รับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป